Posts Tagged ‘ธรรม’

ธรรมะเพื่อความสะอาดของใจและสภาพแวดล้อม

วันพุธ, เมษายน 25th, 2012

ปัญหาการเมืองที่ผู้คนกำลังเป็นห่วงกันมาก ล้วนเกิดจากความสกปรกโสโครกของจิตใจคน ปัญหาสภาพแวดล้อมเป็นพิษ บ้านเมืองสกปรกโสโครก ก็เกิดจากความสกปรกโสโครกของจิตใจคน

วันนี้ขอน้อมเสนอธรรมที่จะช่วยสร้างความสะอาดให้จิตใจและสภาพแวดล้อมได้

“ยิ่งได้มองดูความสกปรกโสโครกของบ้านเมือง และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมด้วยความทุกข์เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ก็ยิ่งแลเห็นธรรม

ธรรมที่กล่าวถึงนี้ก็คือธรรมของพระพุทธเจ้า คำว่าธรรมในศาสนาพุทธนั้นแปลได้เป็น 2 นัย คือแปลว่าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็ได้ และแปลว่าธรรมชาติก็ได้

เหตุที่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแปลว่าธรรมชาติก็ได้นั้น เพราะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าสอนให้รู้จักธรรมชาติ และสอนให้คนอยู่ในธรรมชาติ ไม่ฝ่าฝืนความจริงตามธรรมชาติและไม่ทำลายธรรมชาติ

อนิจฺจํ คือความไม่เที่ยงแท้ เมื่อมีเกิดแล้วต้องมีดับนั้น เป็นความจริงตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง

ทุกฺขํ คือความตั้งอยู่ไม่ได้ของสภาพทั้งปวงนั้น ก็เป็นความจริงทางธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง

อนตฺตา คือความมิใช่ตัวตนของเรา อยู่นอกเหนือการควบคุมบังคับบัญชาของเรานั้น ก็เป็นความจริงตามธรรมชาติ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง

ความทุกข์ทั้งหลายในโลก ที่เกิดขึ้นทั่วไปในระยะนี้ ธรรม จึงมักจะมาจากการฝ่าฝืนความจริงตามธรรมชาติของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 ข้อที่ได้กล่าวมาแล้ว

ของทุกอย่างนั้นไม่เที่ยง แต่เราไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ ธรรม เมื่อไม่ยอมรับก็พยายามที่จะต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อรักษาของที่ไม่เที่ยงนั้นเอา วาไรตี้ ไว้ให้เที่ยงให้จนได้

ทั้งที่เรารู้ว่าสภาพทุกอย่างนั้นตั้งอยู่ไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปรไป เราก็พยายามเข็นที่จะให้มันตั้งอยู่ให้ได้ ยิ่งพยายามไปก็ยิ่งเหนื่อย แล้วก็เป็นทุกข์

สิ่งที่เป็น อนตฺตา เป็นอย่างยิ่งก็คือ ธรรมชาตินั้นเอง เพราะเราไปควบคุมบังคับบัญชามันไม่ได้ แต่มนุษย์ก็พยายามที่จะควบคุมบังคับบัญชาธรรมชาติ

เรามักจะคุยกันอยู่เสมอว่ามนุษย์สมัยนี้ควบคุมพลังทางธรรมชาติได้ หรือนำเอาพลังทางธรรมชาติอันมหึมานั้นมาใช้เป็นประโยชน์แก่มนุษย์ได้ ดูเผิน ๆ วาไรตี้ ก็อาจจะเห็นจริง

แต่ถ้าดูให้ลึกซึ้งลงไปแล้วก็เห็นว่าการควบคุมพลังทางธรรมชาติ หรือการนำเอาพลังธรรมชาติบางอย่างมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่มนุษย์นั้น นอกจากผลดีที่เกิดขึ้นแก่มนุษย์แล้วก็ยังจะมีผลเสียหายร้ายแรงติดตามมาเสมอ ผลเสียหายร้ายแรงนี้คือการผิดดุลแห่งธรรมชาติ

ปัญหาเรื่องความสกปรกโสโครกในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความขาดแคลนต่าง ๆ วาไรตี้ ธรรม ในเรื่องอาหารการกิน วาไรตี้ ก็มาจากผิดดุลแห่งธรรมชาตินี้…

การทำลายธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมลงไปเพื่อพัฒนาทางอุตสาหกรรม ก็บังเกิดผลเป็นความทุกข์ร้ายแรงเช่นเดียวกัน ได้แก่ความโสโครก สกปรก ในลมหายใจ ในแม่น้ำลำคลอง ธรรม และในที่อื่น ๆ ตลอดไป…

ถ้าเราได้ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า หรืออย่างน้อยก็ได้เหลียวแลธรรมของพระพุทธเจ้าไว้ตั้งแต่แรก ถึงบัดนี้ความเดือดร้อนเหล่านั้นก็คงจะไม่เกิด ถึงจะเกิดบ้างก็คงมีแต่น้อย ไม่เป็นที่เดือดร้อนแพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ เพราะธรรมของพระพุทธเจ้านั้นสอนให้คนอยู่กับธรรมชาติ เกื้อกูลธรรมชาติ และไม่ปฏิบัติตนให้ผิดธรรมชาติ ธรรม ตลอดจนห้ามมิให้ทำลายธรรมชาติ

พระพุทธเจ้าได้ตรัสสั่งให้พระสาวกของพระองค์หันหน้าออกจากบ้าน เข้าไปอยู่ในป่าเพื่อให้อาศัยธรรมชาติเป็นที่อยู่และคนที่สั่งให้ลูกศิษย์ ออกไปอยู่กับธรรมชาตินั้นจะสอนให้คนทำลายธรรมชาติไม่ได้ ด้วยการตรัสสั่งสอนมิให้คนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงออกถึงพระมหากรุณาอันมีต่อชีวิตทั้งปวง มิใช่ต่อชีวิตของตนเอง หรือต่อชีวิตมนุษย์เท่านั้น

ชีวิตทั้งปวงนั้นก็คือธรรมชาติ….

ถ้าหากว่าเราตัดสินใจและตกลงกันได้ว่า เราจะอยู่ต่อไปในบ้านเมืองของเรานี้ด้วยการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า และอยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว ภัยอันตรายตลอดจนความทุกข์ทั้งหลายที่ได้บังเกิดขึ้นแล้วก็คงจะเบาบางลงไป ได้ และภัยอันตรายซึ่งกำลังคืบคลานมาสู่ตัวเราทั้งปวงนั้น ก็เห็นจะระงับลงได้”

วาไรตี้

“ชอบพูดเรื่องธรรมะมาก…จนคนหาว่าบ้า”

วันพฤหัส, เมษายน 5th, 2012

พระไพศาล วิสาโล

ปุจฉา – กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ คือ คนบางคนเค้าคิดว่าเราบ้าไปแล้วหรือเพี้ยนที่เอาแต่พูดคุยเรื่องธรรม หรือคิดแต่จะหาเวลาไปวัดฟังธรรม เค้าคิดว่าแค่ทำบุญตามประเพณีก็น่าจะพอแล้ว เค้าคิดว่าเราอกหักหรือมีปัญหาชีวิต หรือมีแต่คนมีปัญหาเลยเข้าวัด เราควรจะบอกเค้ายังไงดีเจ้าค่ะ

พระไพศาล วิสาโล – ธรรม พระพุทธองค์เคยตรัสว่า ตถาคตไม่ขัดแย้งกับโลก แต่โลกต่างหากที่ขัดแย้งกับตถาคต ในทำนองเดียวกัน คนที่อยู่แวดล้อมคุณคงคิดว่าคุณสวนทางกับโลก จึงหาว่าคุณบ้า แต่ความจริงอาจเป็นตรงกันข้าม ดังนั้น คุณจึงไม่ควรเอาคำพูดของเขามาเป็นอารมณ์ ถ้าคุณเห็นอานิสงส์แห่งธรรมอย่างแท้จริง คือมีความสุขความสงบเย็น คุณก็จะไม่หวั่นไหวเพราะคำพูดของเขา กลับจะเห็นใจหรือสงสารเขาด้วยซ้ำที่ยังอยู่ในวังวนแห่งความร้อนรุ่ม หรือพลัดไหลไปตามกระแสโลกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

อย่างไรก็ตามการพูดเรื่องธรรมะะ ก็ควรดูกาละเทศะด้วย การพูดธรรมะพร่ำเพรื่อ หรือพูดแบบเอาธรรมะทั้งดุ้นมาพูดโดยไม่คำนึงถึงคนฟัง ก็ก่อปัญหาได้เหมือนกัน เพียงแค่การนำ ธรรมะมาปฏิบัติกับเนื้อกับตัว หรือให้แนบแน่นกับจิตใจเท่านี้ก็ไม่ต่างจากการประกาศธรรมแล้ว เพราะใครอยู่ใกล้ก็จะรู้สึกสงบเย็น

มีเรื่องเล่าว่าคราวหนึ่งพระเถระซึ่งเป็นน้องชายของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี นั่งสงบอยู่ในป่าองค์เดียว เทวดาก็มานมัสการพร้อมกับโปรยดอกไม้ และพูดว่า พวกข้าพเจ้าขออนุโมทนาในธรรมกถาอันไพรเราะของพระคุณเจ้า ท่านตอบว่า อาตมาไม่ได้เทศน์อะไรเลย ไฉนท่านหาว่าอาตมาเทศน์

เทวดาตอบว่า การที่ท่านนั่งเงียบสงบนั่นแหละคือการเทศน์ที่ยิ่งกว่าเทศน์เสียอีก

พระไพศาล วาไรตี้ วิสาโล

ปุจฉา วาไรตี้ – กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ คือ คนบางคนเค้าคิดว่าเราบ้าไปแล้วหรือเพี้ยนที่เอาแต่พูดคุยเรื่องธรรม หรือคิดแต่จะหาเวลาไปวัดฟังธรรม เค้าคิดว่าแค่ทำบุญตามประเพณีก็น่าจะพอแล้ว เค้าคิดว่าเราอกหักหรือมีปัญหาชีวิต หรือมีแต่คนมีปัญหาเลยเข้าวัด เราควรจะบอกเค้ายังไงดีเจ้าค่ะ

พระไพศาล วิสาโล – พระพุทธองค์เคยตรัสว่า ตถาคตไม่ขัดแย้งกับโลก แต่โลกต่างหากที่ขัดแย้งกับตถาคต ในทำนองเดียวกัน คนที่อยู่แวดล้อมคุณคงคิดว่าคุณสวนทางกับโลก จึงหาว่าคุณบ้า แต่ความจริงอาจเป็นตรงกันข้าม ดังนั้น วาไรตี้ คุณจึงไม่ควรเอาคำพูดของเขามาเป็นอารมณ์ ถ้าคุณเห็นอานิสงส์แห่งธรรมอย่างแท้จริง คือมีความสุขความสงบเย็น ธรรม คุณก็จะไม่หวั่นไหวเพราะคำพูดของเขา กลับจะเห็นใจหรือสงสารเขาด้วยซ้ำที่ยังอยู่ในวังวนแห่งความร้อนรุ่ม หรือพลัดไหลไปตามกระแสโลกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

อย่างไรก็ตามการพูดเรื่องธรรมะะ ก็ควรดูกาละเทศะด้วย การพูดธรรมะพร่ำเพรื่อ หรือพูดแบบเอาธรรมะทั้งดุ้นมาพูดโดยไม่คำนึงถึงคนฟัง ก็ก่อปัญหาได้เหมือนกัน เพียงแค่การนำ ธรรมะมาปฏิบัติกับเนื้อกับตัว หรือให้แนบแน่นกับจิตใจเท่านี้ก็ไม่ต่างจากการประกาศธรรมแล้ว เพราะใครอยู่ใกล้ก็จะรู้สึกสงบเย็น

มีเรื่องเล่าว่าคราวหนึ่งพระเถระซึ่งเป็นน้องชายของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ธรรม นั่งสงบอยู่ในป่าองค์เดียว เทวดาก็มานมัสการพร้อมกับโปรยดอกไม้ และพูดว่า พวกข้าพเจ้าขออนุโมทนาในธรรมกถาอันไพรเราะของพระคุณเจ้า ท่านตอบว่า อาตมาไม่ได้เทศน์อะไรเลย ไฉนท่านหาว่าอาตมาเทศน์

เทวดาตอบว่า การที่ท่านนั่งเงียบสงบนั่นแหละคือการเทศน์ที่ยิ่งกว่าเทศน์เสียอีก

พระไพศาล วิสาโล

ปุจฉา – กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ คือ คนบางคนเค้าคิดว่าเราบ้าไปแล้วหรือเพี้ยนที่เอาแต่พูดคุยเรื่องธรรม หรือคิดแต่จะหาเวลาไปวัดฟังธรรม เค้าคิดว่าแค่ทำบุญตามประเพณีก็น่าจะพอแล้ว เค้าคิดว่าเราอกหักหรือมีปัญหาชีวิต หรือมีแต่คนมีปัญหาเลยเข้าวัด เราควรจะบอกเค้ายังไงดีเจ้าค่ะ

พระไพศาล วิสาโล – พระพุทธองค์เคยตรัสว่า ตถาคตไม่ขัดแย้งกับโลก แต่โลกต่างหากที่ขัดแย้งกับตถาคต ในทำนองเดียวกัน วาไรตี้ คนที่อยู่แวดล้อมคุณคงคิดว่าคุณสวนทางกับโลก จึงหาว่าคุณบ้า แต่ความจริงอาจเป็นตรงกันข้าม ดังนั้น ธรรม คุณจึงไม่ควรเอาคำพูดของเขามาเป็นอารมณ์ ถ้าคุณเห็นอานิสงส์แห่งธรรมอย่างแท้จริง คือมีความสุขความสงบเย็น คุณก็จะไม่หวั่นไหวเพราะคำพูดของเขา กลับจะเห็นใจหรือสงสารเขาด้วยซ้ำที่ยังอยู่ในวังวนแห่งความร้อนรุ่ม หรือพลัดไหลไปตามกระแสโลกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

อย่างไรก็ตามการพูดเรื่องธรรมะะ ก็ควรดูกาละเทศะด้วย ธรรม การพูดธรรมะพร่ำเพรื่อ หรือพูดแบบเอาธรรมะทั้งดุ้นมาพูดโดยไม่คำนึงถึงคนฟัง ก็ก่อปัญหาได้เหมือนกัน เพียงแค่การนำ ธรรมะมาปฏิบัติกับเนื้อกับตัว หรือให้แนบแน่นกับจิตใจเท่านี้ก็ไม่ต่างจากการประกาศธรรมแล้ว เพราะใครอยู่ใกล้ก็จะรู้สึกสงบเย็น

มีเรื่องเล่าว่าคราวหนึ่งพระเถระซึ่งเป็นน้องชายของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี นั่งสงบอยู่ในป่าองค์เดียว เทวดาก็มานมัสการพร้อมกับโปรยดอกไม้ และพูดว่า พวกข้าพเจ้าขออนุโมทนาในธรรมกถาอันไพรเราะของพระคุณเจ้า ท่านตอบว่า อาตมาไม่ได้เทศน์อะไรเลย ไฉนท่านหาว่าอาตมาเทศน์

เทวดาตอบว่า การที่ท่านนั่งเงียบสงบนั่นแหละคือการเทศน์ที่ยิ่งกว่าเทศน์เสียอีก

วาไรตี้

โลกอาศัยความเสียสละเป็นพื้นฐาน 2

วันเสาร์, มีนาคม 31st, 2012

ศาสดาเท่านั้นที่เป็นผู้วิเศษที่เป็นครูสอนโลก เราสวดอยู่ทุกวันว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พระพุทธเจ้านอกจากเป็นครูของมนุษย์แล้ว ยังเป็นครูของเทวดาอินทร์พรหมยมยักษ์ทั้งหลายอีกด้วย ถ้าเป็นคนไม่มีความสามารถจะเป็นครูสอนโลกทั้งสามได้อย่างไร คนในโลกมีใครสามารถไปสั่งสอน ไปเป็นครูสั่งสอนโลกทั้งสามได้ ไม่มี นอกจากศาสดาองค์เอกองค์เดียวเท่านั้นที่มีความแกล้วกล้าสามารถ เพราะรู้เห็นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างในอุบายวิธี ที่จะสั่งสอนโลกให้เข้าใจในทางที่ถูกต้องดีงาม ผู้ที่เคยมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนประการใด ๆ ธรรม มา ก็สอนให้กลับตัวเข้ามาสู่ความถูกต้องดีงาม อุบายการสอนคนให้เป็นคนดีไม่มีใครเกินศาสดา เราทั้งหลายที่นับถือพระพุทธศาสนาก็คือ เรานับถือตัวของเรา เรารักสงวนศาสนาก็คือรักสงวนตัวของเรา เพราะเป็นสิ่งเกี่ยวโยงกัน

ศาสนาเป็นสมบัติกลางเช่นเงินทองข้าวของเป็นต้น ใครมีความขยันหมั่นเพียรเสาะแสวงหามาได้มากน้อย สมบัตินั้นก็เป็นของตน ศาสนาเป็นของกลาง ท่านผู้ใดมีความขยันหมั่นเพียรบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล บุญกุศลนั้นก็เป็นอัตสมบัติคือเป็นสมบัติของตนโดยแท้ อยู่ก็เป็นสุข ตายไปก็เป็นสุข เป็นสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า บุญกุศลจึงเป็นเครื่องให้ความอบอุ่นแก่จิตใจเรา เพราะบุญกุศลเป็นที่พึ่งทางใจโดยตรง

วัตถุสิ่งของเงินทองอาหารปัจจัยต่าง ๆ เป็นที่พึ่งทางร่างกาย เพราะมีความบกพร่องต้องการอยู่เสมอ เดี๋ยวมีความหิวเดี๋ยวมีความกระหาย เดี๋ยวอยากหลับอยากนอน เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน จึงต้องหาเครื่องบำบัดมาให้รับประทานบ้าง ให้หลับให้นอนให้ดื่มบ้าง ให้อบอาบสรงกันบ้างอยู่อย่างนี้เป็นประจำ นี้คือที่พึ่งของกาย หากขาดที่พึ่งเหล่านี้ กายก็หาความสุขไม่ได้

ส่วนที่พึ่งของใจนั้นได้แก่คุณความดี ได้แก่บุญแก่กุศล จึงควรสร้างบุญกุศลไว้ เป็นที่พึ่งของใจ ธรรม เป็นอาหารของใจ ร่างกายได้รับอาหารมีความอิ่มหนำสำราญ แต่ใจแห้งผากจากบุญจากกุศล จากศีลจากธรรมแล้ว คนนั้นก็หาความสุขไม่ได้ เพราะฉะนั้นการสร้างที่พึ่ง การสร้างโอชารสคืออาหารเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง จึงต้องสร้างทั้งสองประเภท คือสร้างเพื่อให้ร่างกายได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดอายุขัยของร่างกายนั้น ด้วย สร้างบุญสร้างกุศลคือคุณงามความดี เพื่อ เป็นเครื่องอบอุ่นค้ำชูจิตใจของตนให้มีความชุ่มเย็น ทั้งปัจจุบันและอนาคตด้วย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ไม่เสียที สมบัติภายนอกก็มี มีสมบัติเงินทองเป็นต้น สมบัติภายในคือบุญกุศลก็มี ใจก็มีสมบัติภายในเป็นที่พึ่งของตน คนนั้นเป็นผู้มีความสุขความสบาย ตายไปก็มีที่พึ่ง

ปุญฺญํ สุขํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ ท่านกล่าว ไว้แล้วในธรรมะว่า บุญย่อมยังความสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต อย่าว่าแต่เรามีชีวิตอยู่นี้เลย ตอนที่จะสิ้นชีวิตจนตรอกจนมุมนั้นแล จิตเรายิ่งไขว่คว้าหาที่พึ่งที่เกาะ ทีนี้เราได้สร้างบุญสร้างกุศลไว้แล้ว บุญนั้นแลเป็นสำเภาอันใหญ่สำหรับที่จะขี่ข้ามความทุกข์ทั้งหลาย มหาสมุทร มหาสมมุติ มหานิยม มหาทุกข์ มหาภัยทั้งหลายให้ข้ามพ้นไปได้ จนกระทั่งถึงฝั่งฟากโน้นคือพระนิพพาน จะนอกเหนือไปจากบุญจากกุศลนี้ไม่ได้เลย

ถ้าผู้ไม่ได้สร้างบุญสร้างกุศลอะไร ไม่สนใจกับอรรถกับธรรมกับคุณงามความดี มีแต่เตร็ดเตร่เร่ร่อนไป ท่านว่าบาปมีบุญมีก็ไม่สนใจ เชื่อตัวเอง ตัวของตัวนั้นมันมีอะไรอยู่ภายในใจนั้นน่ะ มันมีแต่ความมืดบอด กิเลสมันหลอกว่าบาปไม่มีก็เชื่อมันเสีย กิเลสมันหลอกว่าบุญไม่มีก็เชื่อมันเสีย กิเลสมันหลอกว่านรกไม่มีก็เชื่อมันเสีย สวรรค์ไม่มีก็เชื่อมันเสีย พรหมโลกไม่มีก็เชื่อมันเสีย ว่านิพพานไม่มีก็เชื่อมันเสีย ตายแล้วสูญก็เชื่อมันเสีย ทั้ง ๆ ที่มันหลอกมาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้ว

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งหลอกลวงไม่ใช่ของจริง ชาวพุทธเราควรใช้สติปัญญาธรรมย้อนสวนหมัดกิเลสตัวโกหกพกลมเก่ง ๆ บ้างไม่ได้หรือว่า คนที่ติดคุกติดตะรางแน่นอยู่เรื่อยมานั้น เป็นใครหลอกให้ติด เพราะการขโมยโดยเข้าใจว่าเขาจะจับไม่ได้ ถ้าไม่ใช่กิเลสตัวชั่วพาให้ขโมยน่ะ ธรรมท่านไม่ได้สอนให้ขโมย ท่าน ไม่ได้สอนให้คนโลภคนอยากได้ของเขาแบบลามกจกเปรตเหมือนกิเลสนี่วะ ความจริงเพียงเท่านี้กิเลสก็หงาย กิเลสมิได้เก่งกว่าธรรม มิได้ฉลาดกว่าธรรม ธรรมสวนเข้าไปกิเลสต้องหงาย

ธรรมท่านบอกแล้ว บาปมีจริง บุญมีจริง นรกมีจริง สวรรค์มีจริง พรหมโลกมีจริง นิพพานมีจริง นี้คือของจริงเรียกว่าธรรม ธรรมนี้ลบไม่สูญ บาปน่ะลบให้สูญไปได้จากตัวเรา เช่นพระพุทธเจ้าผู้สิ้นบาปจากพระทัยเป็นต้น เพราะเป็นของจอมปลอมเป็นกาฝาก เช่นเดียวกับกาฝากที่ติดอยู่ตามกิ่งไม้ กาฝากนั้นมันเกิดขึ้นที่ต้นไม้ต้นใด เช่นต้นมะม่วงเป็นต้น แต่มันไม่ใช่ต้นมะม่วง มันเป็นกาฝาก กิ่งกาฝาก เกิดแล้วก็ดูดซึมเอากิ่งไม้ต้นนั้นแลเป็นอาหารเลี้ยงตัวของตัว ต้นไม้ต้นนั้นก็ค่อยเหี่ยวแห้งยุบยอบไปโดยลำดับ ยิ่งกาฝากมีมากเท่าไรต้นไม้ต้นนั้นไม่นานต้องตาย

นี่ก็เหมือนกัน กิเลสตัวหลอกลวงคนเก่ง ๆ นี้มันเป็นเหมือนกาฝาก มันไม่ใช่ตัวจริง ไม่ใช่ของจริง พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ละให้ถากให้ถางออกได้ เพราะไม่ใช่เนื้อแท้ เนื้อแท้นั้นคือธรรม คือของจริง บุญมี บาปมี นรกมี สวรรค์มี พรหมโลกมี นิพพานมี ธรรม นี่ คือธรรมของจริง พระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้ อันนี้ลบไม่สูญ ใครจะว่าไม่มีเท่าไรก็มีอยู่ตามหลักธรรมชาติของตน ส่วนบาปนั้นเป็นสิ่งที่ลบได้ ละได้ ถอนได้ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้ละให้ถอนให้ปล่อยวาง

อย่าเชื่อมันจนเกินไป เราเคยเชื่อกิเลสมานาน เวลาจะทำบุญให้ทานมันก็มากระซิบกระซาบว่า เดี๋ยวหมดไปเท่านั้นห้าเท่านี้สิบ หมดไปร้อย หมดไปพันเสีย เวล่ำเวลา เสียค่าอาหารการครองชีพต่าง ๆ นี่กิเลสตัวตระหนี่ มันเหนียวแน่น มันเข้าขัดเข้าขวาง ไม่อยากให้ทำบุญให้ทาน ในขณะเดียวกันมันก็อยากให้อยู่ในเงื้อมมือของมัน มันอยากกินมันอยากเสวยของประเภทนั้นด้วยความตระหนี่เหนียวแน่นเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ตัวก็คือความเห็นแก่กิเลสนั้นแล ไม่ใช่เห็นแก่ธรรม เพราะฉะนั้น ท่านผู้ที่บริจาคทาน จึงเป็นผู้ชำนะ เป็นผู้ปราบปรามความตระหนี่เหนียวแน่น ความเห็นแก่ตนออกได้ กลายเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นและส่วนรวมไปได้มากมาย นี่ธรรมะเป็นเครื่องปราบกิเลสตัวตระหนี่

เมื่อมีความตระหนี่มากขึ้นเท่าไร ความเห็นแก่ตัวก็มาก เมื่อความเห็นแก่ตัวมากขึ้นเท่าไร กิเลสตัวกระทบกระเทือน ตัวรีดไถคนอื่น คดโกงคนอื่นก็มากขึ้นโดยลำดับ ล้วนแต่เป็นกิเลสตัวอ้วน ๆ และเป็นข้าศึกต่อหัวใจเราและเป็นข้าศึกต่อเพื่อนฝูงไม่มีประมาณ พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้มีการเสียสละ ซึ่งเป็นการปราบกิเลสตัวตระหนี่ถี่เหนียวเป็นต้นให้ผอมโซลง ทานการเสียสละนับวันอ้วนท้วนขึ้น นำความสุขเย็นใจมาสู่ตนและผู้อื่นไม่มีประมาณ

เพราะมนุษย์เราอยู่ด้วยกัน ต้องมีการเสียสละต่อกัน แม้แต่สัตว์เดรัจฉานเขาก็ยอมเสียสละต่อกัน คือให้ทานแจกแบ่งกันกิน เราเห็นไหมมดเขาขนอาหารประเภทใดมา ขนไปเป็นฝูง ๆ แล้วก็ไปกินด้วยกัน มนุษย์เราอยู่ด้วยกันมีทั้งคนมีคนจน มีทั้งคนโง่คนฉลาด แต่ก็เป็นคนเหมือนกัน มีความจำเป็นที่ต้องอาศัยปัจจัยทั้งสี่คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่มใช้สอย ที่อยู่ที่อาศัย ยาแก้โรคแก้ภัย เช่นเดียวกับเราทุกคน เพราะฉะนั้นมนุษย์ท่านจึงสอนไม่ให้ประมาทซึ่งกันและกัน และเห็นใจสงสารสงเคราะห์กันตามสมควรแก่ความจำเป็นที่พึงทำได้

คนทุกข์คนจนเขาไม่อยากทุกข์ไม่อยากจน คนโง่เขาก็ไม่อยากโง่ เขาอยากฉลาดยิ่งกว่าใครทั้งโลก แต่กรรมหากเป็นอย่างนั้นแต่งไม่ได้แก้ไม่ได้ ถอนไม่ได้ เพราะกรรมเดิมของตน วิบากกรรมเป็นอย่างนั้นก็ต้องยอมรับเสวยไป ผู้ที่มีวิบากกรรมอันดี มีความเฉลียวฉลาด มีความมั่งมีศรีสุข ก็มีความเฉลี่ยกันไปด้วยความเมตตาสงสาร อันเป็นหลักธรรมของพระพุทธเจ้า โลกก็อยู่ด้วยกันเป็นผาสุกเพราะการเฉลี่ยเผื่อแผ่ นับตั้งแต่ลูกเต้าขึ้นมาโดยลำดับลูก เต้าแต่ละคน ๆ จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้เป็นคนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นี้ถ้าไม่ได้ความเสียสละบริจาคจากพ่อจากแม่ จากพี่เลี้ยงจากผู้เกี่ยวข้องจะเติบโตขึ้นมาได้อย่างไร โลกทั้งหลายจึงต้องอาศัยการเสียสละเป็นพื้นฐาน

ดังท่านทั้งหลายได้มาเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม คือวัดเป็นศูนย์กลางแห่งใจของประชาชน พระเณรทั่ว ๆ ไป ใครเข้ามาวัดแล้วมีความร่มเย็นเป็นสุข จตุปัจจัยไทยทานได้มามากน้อยก็เพื่อบำรุงพระสงฆ์ที่ท่านทรงศีลทรงธรรม ประพฤติปฏิบัติธรรมให้ได้รับความสะดวกสบาย และก่อนั้นสร้างนี้ขึ้นไว้เพื่อพระเพื่อเณร ธรรม เพื่อประชาชนทั้งหลายได้มาอยู่อาศัย เพื่อบำเพ็ญคุณงามความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

เช่น ศาลาหลังนี้เป็นต้น หากไม่มีศาลาหลังนี้แล้วเราจะอยู่ที่ไหน อยู่ตามร่มไม้ชายคาหรือตามที่ไหน ๆ หรือกลางแจ้งก็ไม่สะดวกสบาย เมื่อเราต่างคนต่างเสียสละ มีความพร้อมเพรียงสามัคคีสละกันเป็นเงินเป็นทอง ตามสติปัญญาศรัทธาความเพียรของตน มาก่อสร้างขึ้นไว้ก็เป็นศาลาขึ้นมา เราทั้งหลายก็ได้อาศัย เพราะการเสียสละของแต่ละท่าน ๆ ผลแห่งการเสียสละทำความร่มเย็นแก่เราให้เห็นอยู่อย่างนี้ ใครจะมาจากที่ไหนก็มาพักได้ตามสะดวกสบาย เราคิดดอกเบี้ยแห่งบุญแห่งกุศลจากการก่อสร้าง จากการเสียสละของเรา ไม่มีวันมีคืนมีปีมีเดือน จนกระทั่งศาลาหลังนี้ร่วงลงไปสลายลงไปแล้ว บุญกุศลยังเป็นของเราเต็มเปี่ยมไม่ลดน้อยถอยลง ไม่สลายไปตามศาลานั้นเลย

ศาลาหลังหนึ่ง ๆ ยกศาลาเป็นต้น ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น เราสร้างขึ้นไว้ ศาลาหลังนี้ไม่ได้ไปสวรรค์ไม่ได้ไปนิพพานไม่ ได้รับบุญรับกุศล ไม่ได้เป็นความสุข ศาลาเองก็ไม่ได้ไปที่ไหน ๆ ผู้ที่บริจาคทำบุญให้ทานนั่นแลผู้จะได้บุญ ผู้จะได้รับความสุข ผู้จะไปสวรรค์ ผู้จะไปนิพพาน ส่วนศาลานี้ไปไหนไม่ได้ อยู่อย่างนี้ละ สร้างไว้วัดไหนก็อยู่วัดนั้น ไปสวรรค์ก็ไม่เป็น ไปนรกก็ไม่ได้ เป็นไม้เป็นอะไรสลายลงไปก็ไปเป็นดินตามธรรมชาติของมัน ส่วนบุญส่วนกุศลที่มีศาลาหลังนี้เป็นต้นเหตุให้เกิดการก่อสร้างขึ้นมานั้น เป็นของเรา บุญนั้นแลเป็นของเรา ศาลาหลังนี้เป็นสมบัติกลาง บุญเป็นของแต่ละคน ธรรม ๆ แต่ละท่าน ๆ

เพราะฉะนั้น ผู้เชื่อบุญจึงต้องทำบุญ ศาลาหลังนี้จะร่วงโรยไปไหนก็ตามเราไม่ร่วงโรย บุญของเราเป็นของเราไปเรื่อย ๆ ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ตามหลักธรรม ขอให้ทุกท่านได้นำไปพินิจพิจารณาประพฤติปฏิบัติ

ศีลธรรมเท่านั้นที่จะทำมนุษย์เราให้สง่าผ่าเผย ให้มีความสวยงามทางมารยาท การแสดงออกมีคุณค่า ก็คือศีลธรรมอยู่กับมนุษย์ ศีลธรรมมีกับมนุษย์มากน้อย มนุษย์คนนั้นเป็นผู้มีคุณค่ามาก เพียงเนื้อเพียงหนังเรานี้ไม่มีคุณค่าอันใดเลย สู้สัตว์พวกเนื้อพวกปลาไม่ได้ เวลาตายแล้วเอาเข้าไปในตลาดจ่ายขายเป็นเงินเป็นทองเลี้ยงกันไปทั่วแผ่นดิน ส่วนเนื้อหนังของมนุษย์รายใดที่ตายแล้วโยนเข้าตลาดดูซิ ถ้าไม่อยากให้ตลาดแตกกระจัดกระจาย บ้านแตกสาแหรกขาดไปเพราะเขากลัวผี นั่นร่างกายมนุษย์ไม่มีประโยชน์ นอกจากเราจะนำร่างกายนี้มาทำประโยชน์ คือเป็นเครื่องมือทำประโยชน์เสียตั้งแต่บัดนี้ ตายแล้วเราจะได้อาศัยบุญกุศลนี้

ใจเป็นของไม่ตาย ร่างกายนี้สลายลงไปก็จริงแต่ใจไม่มีคำว่าตาย ออกจากร่างนี้ต้องไปสู่ร่างนั้น ออกจากร่างนั้นไปสู่ร่างนั้นอยู่เรื่อย ๆ ไป อย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ เห็นอยู่ปัจจุบันนี้มาจากไหนถ้าไม่มาจากสิ่งที่มีอยู่ ที่เคยเกิดเคยตายมาแล้ว มาเกิดได้อย่างไร เชื้อของมันมีก็ต้องมาเกิด เกิดสูง ๆ วาไรตี้ ต่ำ ๆ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ นั้น เป็นเพราะวิบากแห่งกรรมที่มีมากน้อยดีชั่วต่างกัน วาไรตี้ จึงทำให้มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายไม่เหมือนกัน เมื่อการสร้างบุญสร้างกุศลได้มากน้อย วาไรตี้ คนนั้นก็ยิ่งมีคุณค่าขึ้นโดยลำดับ ผลสุดท้ายบุญนั้นแลเป็นเครื่องสนับสนุนจนถึงความพ้นทุกข์ ไม่ต้องมาเกิดแก่เจ็บตายหมายป่าช้า วาไรตี้ ดังที่เคยเป็นมาเหล่านี้อีกต่อไป

นี่แหละวันนี้ที่ได้มาเยี่ยมพี่น้องทั้งหลายก็ได้แสดงธรรมอันเป็นหลักแห่งความประพฤติดีงามของมนุษย์ เป็นสมบัติของมนุษย์แท้ให้ ท่านทั้งหลายได้นำไปพินิจพิจารณา หากว่าเทศน์นี้ไม่เหมาะสมกับธรรมาสน์ ไม่เหมาะสมกับท่านทั้งหลายยกยอแล้ว อาจารย์ก็ขอแหวกแนวลงธรรมาสน์

ในอวสานแห่งการแสดงธรรมวันนี้ จึงขออานุภาพแห่งคุณพระพุทธเจ้าพระธรรม พระสงฆ์ มาคุ้มครองท่านทั้งหลายให้มีความสุขกายสบายใจ และปฏิบัติตนด้วยความราบรื่นดีงามโดยทั่วกัน การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่เวลา

วาไรตี้

คมคุณความดีชอปสนุก-ทุกข์ถนัด

วันพุธ, มีนาคม 21st, 2012

คมธรรมะชอปสนุก-ทุกข์ถนัด
การลดกรรม 45 อย่าง

1. ไม่มีลูก

กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น
ลด กรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือมูลนิธิเด็กอ่อน

2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย

กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์
ลด กรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถาม ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา

กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ
ลด กรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพระ บริจาคเงินในกล่อง ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด

4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย

กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ
ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ

5. สูญเสียคนใกล้ชิด

กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา
ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก 1 อย่างชั่วชีวิต หรือกินเจทุกๆ 3 เดือน ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

6.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย

กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่นเกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมีความสุข

7. คลิปผี มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด

กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายฟรี

8. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร

กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงานอื่นๆในงานศพ เช่นทำอาหาร จัดดอกไม้

9. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย

10. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน

กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำบุญงานบวช
ลด กรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงจะบวช 7 วัน หรือ 15 วัน 1 เดือน 1 พรรษา แล้วแต่จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์ หรือถือศีล 8 ตามเวลาที่สะดวกและตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำบุญงานบวชอย่างสม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้

11.ไม่มีคนชื่นชมเอ็นดู ชาดเสน่ห์

กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม
ลด กรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย ทองคำเปลว ประน้ำอบน้ำปรุง ประพฤติดี ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำดี พูดดี ให้ผู้อื่นได้ดี มิให้ร้ายผู้ใด

12. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว

กรรมจาก ทำติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน
ลด กรรม หมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อื่น พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี

13. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค

กรรมจาก คลิปผี เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำให้ทางสัญจรสาธารณะได้รับความไม่สะดวก
ลด กรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้ได้มี ยวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก

14. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป

กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ตน
ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญญู ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูป พระประธาน ทำทานทั้งกับคนและสัตว์

15. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ

กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เมื่อมีคนยากไร้มาขอทานอาหารและน้ำ
ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำ เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนาถา แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ

16. อาภัพคู่ ร้างคู่

กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา
ลด คลิปผี กรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาวที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น

17. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนหรือทำให้เป็นทุกข์

กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำร้ายคู่
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

18. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย

กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง
ลดกรรม ทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญทำทานแก่เด็กอนาถาและสัตว์อนาถา

19. รูปร่างหน้าไม่งดงาม

กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม
ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล

20. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน

กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น
ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆเดือน

21. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ

กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำร้ายพ่อแม่
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ธรรม ถือศีล 5 ศีล 8 เจริญภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน

22. มีคดีความ

กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลือ
ลดกรรม หมั่นทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือนๆละ 7 วัน

23. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ธรรม ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
ลดกรรม ร่วมทำบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หมั่นไปกราบไหว้บูชาศาลหลักเมือง ทำบุญทำทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด

24. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห

กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำบุญ
ลด กรรม สวดมนต์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 5 หรือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือสิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วมทำบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ

25. ไม่มีชื่อเสียง

กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา

26. ไม่มีวาสนาบารมี

กรรมจาก ไม่เคยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ
ลดกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคน

27. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง

กรรมจาก ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิดมาก่อน และทำร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน
ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรม อุทิศให้ลูกตนเอง

28. เจอแต่คนเอาเปรียบ

กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ ธรรม เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้
ลด กรรม หมั่นยึดถือศีล 5 ให้มั่น ไม่ดื่มเหล้า ทำให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดี ๆ เข้ามาในชีวิต

29. เกิดในสกุลต้อยต่ำ

กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำบุญทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

30. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา

กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น
ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

31. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์

กรรมจาก เคยชักจูงคนทำชั่ว
ลดกรรม ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน ทุกๆ 3 เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน

32. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์

กรรมจาก เคยริษยาผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำ นั่งสมาธิ สวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

33. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญ

กรรมจาก เคยทำแท้ง
ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆเดือน จนครบ 9 เดือน หรือ 1 ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ทำบุญใส่บาตรเสมอ

34. คลิปผี ธรรม เป็นเมียน้อย เมียเก็บ

กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
ลด กรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ 1 ครั้ง 3 วัน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกินให้ได้รับกุศลและเปิดทางให้ชีวิตคู่ดี ขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้นและสมหวัง สวดมนต์ขอพรทุกวันเกิดด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำบุญสังฆทานสด ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติและวิญญาณที่ตามมาให้ได้ รับกุศลและอโหสิกรรม

35. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว

กรรมจาก เคยลำเอียง ธรรม ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาติอดีตและชาติปัจจุบัน เคยทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกในอดีตชาติ
ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเมื่อเกิดอีกภพชีวิตจะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำให้เจ้ ากรรมนายเวรอโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะทำให้ชีวิตมีความเมตตา และไม่ลำเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจากความทุกข์ในเรื่องญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยว ได้ นำพระคู่บ้านคู่เมืองเข้าสักการะที่บ้าน และสวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

36. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ
ลด กรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้กุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิดตนเอง กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหสิกรรม ถวายยาเข้าวัด หรือช่วยเหลือคนป่วย

37. เป็นมะเร็ง

กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
ลด กรรม ทำบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่งกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลาวัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน

38. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า

กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
ลดกรรม หมั่นทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

39. ด้อยปัญญา

กรรมจาก ฝั่กใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำบุญทำทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือตามูลนิธิต่างๆ

40. ตกงาน

กรรมจาก เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา

41. ไม่มีโชคลาภ

กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ
ลดกรรม หมั่นทำบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และทองคำเปลว

42. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค

กรรมจาก ช่าติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ

43. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน

กรรมจาก ช่าติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน
ลดกรรม ถือศีล 5 ศีล 8 นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน

44. ครอบครัวยากจน

กรรมจาก ช่าติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
ลด กรรม หมั่นทำบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย หรือน้ำใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด

45. เป็นทุกข์เพราะความรัก

กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้อกหัก
ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่งงาน ทำสิ่งดีๆให้คนอื่นได้สมรักสมปรารถนา คลิปผี

คมคุณความดีเรื่องฝืนใจ

วันพฤหัส, มีนาคม 8th, 2012

คมคุณความดีเรื่องฝืนใจ

ประวัติหลวงพ่อปาน
จิตเข้าสู่ฌาน

เมื่อวันที่ 24-27 ฉันมีธุระเกี่ยวแก่การตอบจดหมายเสีย ไม่มีโอกาสคุยกับลูกหลาน ธรรม วันนี้พอว่าง วันที่ 27 พ.ย. 2514 อากาศมันหนาวเย็นเหลือเกิน ฉันเป็นคนแก่ไม่ชอบความหนาว แต่ฉันคิดว่าฉันจะทนหนาวไปชั่วคราว โดยไม่ทำใจให้ลำบากเพราะความหนาว จนกว่าจะสิ้นลมปราณ เมื่อฉันตายแล้วฉันก็จะไม่หนาว เพราะบ้านที่ฉันจะไปอยู่ใหม่ไม่มีหนาว ไม่มีร้อน มันเย็นพอสบาย บ้านก็สวยตระการตาน่าอยู่จริง ๆ หาความลำบากไม่ได้เลย ฉันอยากไปอยู่บ้านหลังนั้นเร็ว ๆ จะได้มีความสุข แต่ทว่าฉันจะรีบไปก่อนกำหนดเวลาไม่ได้ ด้วยฉันสร้างความชั่วไว้มากในอดีต ฉันต้องชดใช้กรรมไปจนกว่าจะหมดโทษตามกำหนดของกรรม ฉันไม่หนักใจเรื่องใช้กรรม เพราะฉันหวังความสุขข้างหน้า เรื่องของกรรมงดไว้เท่านี้ เพราะพูดไปก็ไม่มีใครเห็นด้วย

จะพูดให้ฟังเรื่องบวชเลยทีเดียวก็เสียดายความฝัน คนแก่ชอบนอนฝัน เมื่อฝันได้ตามความตั้งใจแล้วมันมีความสุข เมื่อวันที่ 27 ธรรม เดือนนี้ ได้ยินข่าวเขาปฏิวัติกัน ฉันคิดถึงลูกหลานว่าทุกคนเขาอยู่ในเขตปฏิบัติจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ก็เลยอยากฝัน เมื่อนอนหลับฝันว่าทุกคนไม่มีใครเดือดร้อน เพราะคณะปฏิบัติเป็นคนไทยและรักคนไทย ตั้งใจเขี่ยไทยที่เอาใจออกห่างออกนอกวงการ ฉันตื่นแล้วฉันก็สบายใจ
เมื่อคืนวันที่ 28 ฉันฝันอีก คราวนี้ฝันว่าฉันออกจากตัวไปที่พระจุฬามณีที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อไปถึงเชิงจุฬามณี ที่ตรงนั้นฉันเคยพบพรหมและเทวดามากมาย แต่วันนี้เงียบเชียบเหลือเกิน คลิป หาใครสักคนก็ไม่ได้ ฉันเดินเข้าไปใกล้ประตูด้านทิศตะวันตกของจุฬามณี เห็นท่านมเหสักขา ท่านเป็นเทวดายามอยู่ที่หน้าประตู ท่านยกมือไหว้แล้วท่านรายงานว่า วันนี้พระพุทธเจ้ากำลังเทศน์ จึงไม่ใคร่มีใครเดินหรือยืนให้เห็น ฉันรีบเข้าไปเห็นพรหม เทวดา พระ นั่งกันสงัดเต็มจุฬามณี แยกเป็นพวก ๆ พรหมแยกออกเป็น ธรรม 2 ฝ่าย คือ พรหมโลกีย์นั่งอยู่พวก 1 พรหมอริยะนั่งอยู่พวก คลิป 1 เทวดาก็เหมือนกัน พวกที่ได้ญาณแต่ยัง ไม่ตายเห็นไปนั่งอยู่พวก คลิป 1 ฉันเดินหลังต่ำ (ก้มหลัง) เข้าไปนั่งรวมกับพระที่ไม่อยากเกิด ได้ยินเสียงเทศน์ว่าคนที่ละขันธ์ 5 ได้แล้วมีความสุขกว่าพวกทรงขันธ์ 5 มาก
เช่น เทวดาหรือพรหมก็ตามที่นั่งอยู่ในที่นี้ต่างก็ละขันธ์ 5 มาแล้ว ลูกหลานก็คงจะเข้าใจแล้วว่าขันธ์ 5 คืออะไร เพื่อความแน่ใจหลวงตา คือฉันจะย้ำสักหน่อย เพื่อความมั่นใจ คำว่าขันธ์ 5 พวกนักธรรมที่ชอบคุย เขาชอบโม้เป็นคุ้งเป็นแควว่ามันมีรูปกับนาม ฟังน่าเบื่อหู แล้วเขาว่าต่อไปอีกว่ารูป ได้แก่ รูป คือสิ่งที่เห็นด้วยตาและมีการสัมผัสรู้สึก มีตัวตน เนื้อหนัง เป็นรูป ส่วนนามนั้นได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เขาว่าอย่างนี้ ลูกหลานฟังรู้เรื่องไหม ฟังได้ก็ฟังไป ฟังไม่ได้เขาก็พยายามพูดให้ฟังน่ารำคาญ ฉันว่าพูดอย่างนี้ดีกว่า เอาภาษาชาวบ้านมาใช้ดีกว่า

ฉันแม้จะบวชเป็นหลวงตาแก่ แต่ฉันเป็นลูกชาวบ้าน ฉันชอบภาษาชาวบ้าน รู้เรื่องง่ายไม่ต้องแปลไม่ต้องขยายความ ฉันว่าขันธ์ 5 ก็คือร่างกายของเรา มันจะมีอะไรบ้างก็ช่างหัวมัน ไม่ต้องแยก เพราะเราไม่ต้องโม้ เมื่อเรามีร่างกาย ท่านว่าอย่างนั้น มันก็ปวดเมื่อย หนาว ร้อน หิว มีความป่วยไข้ไม่สบาย ธรรม และมีเรื่องยุ่งจิปาถะ อยากสวย อยากดี อยากรวย อยากมีอำนาจ อยากเก่ง อยากเด่น ไม่อยากหนาว ไม่อยากร้อน ไม่อยากหิว ไม่อยากกระหาย ไม่อยากป่วย ไม่อยากตาย ดังนี้เป็นต้น ดูขันธ์ 5 แล้วเหมือนคนบ้าที่มันบ้าฝืนอารมณ์เราทุกอย่าง หรือว่าเราบ้าฝืนกฎที่มันต้องเดินไป ช่วยกันคิดดูก็แล้วกัน เราบ้า หรือขันธ์ 5 มันบ้า เรื่องนี้ปล่อยไป มาว่ากันตามที่ท่านเทศน์ ท่านเทศน์สั้น ๆ ว่า พรหมและเทวดาเมื่อละขันธ์ 5 มาแล้วมีความสุข เพราะไม่ต้องหนาว ไม่ต้องร้อน คลิป ไม่หิว ไม่ป่วย ไม่เมื่อย ไม่มีความลำบาก จากเหตุที่เกิดจากกายคือขันธ์ 5 ดีกว่าเกิดเป็นมนุษย์มาก ฉันนั่งฟังแล้วฉันก็สบายใจ ฉันเห็นว่าท่านเทศน์ถูก เทศน์ตรงตามความเป็นจริง ท่านเทศน์ต่อไปว่า การละขันธ์ 5 มาเป็นเทวดาหรือพรหมก็ตามยังเอาสุขแท้แน่นอน ไม่ได้ เพราะเทวดาหรือพรหมที่ได้บรรลุมรรคผลถึงระดับสกิทาคามีขึ้น หรือถึงอนาคามีแล้วก็ตาม ต่างก็ยังมีกังวล ยังมีภาระที่ต้องทำ และยังมีความหนักใจ ธรรม คือเทวดาที่ได้อริยะต่ำกว่าสกิทาคามีต้องลงไปเกิดอีก จะต้องมีขันธ์ 5 จะต้องลำบาก ต้องมีทุกข์ เทวดาหรือพรหมที่ได้อริยะตั้งแต่สกิทาคามีขึ้นไป ก็ยังมีภาระที่ต้องปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอรหันต์ สู้ละขันธ์ 5 แล้วเข้านิพพานเลยไม่ได้ ท่านเทศน์เท่านี้แล้วท่านก็หยุด ฉันเห็นมีโอกาส ฉันกราบท่านแล้วทูลถามท่านว่า คนที่ปฏิบัติเพื่อพระนิพพานจะใคร่ครวญอย่างไรจึงจะง่ายและสั้นที่สุด ท่านตรัสว่า เจ้าจงใคร่ครวญอย่างนี้ จงคิดว่าเราเป็นผู้ไม่มีอะไรเลย ทรัพย์สินก็ไม่มี ญาติ เพื่อน ลูก หลาน เหลนก็ไม่มี แม้ร่างกายเราก็ไม่มี เพราะทุกอย่างที่กล่าวมามีสภาพพังหมด เราจะทำกิจที่ต้องทำตามหน้าที่ เมื่อสิ้นภาระคือร่างกายพังแล้ว เราจะไปพระนิพพาน เมื่อความป่วยไข้ปรากฏจงดีใจว่า ภาระที่เราจะมีโอกาสเข้าสู่พระนิพพานมาถึงแล้ว เราสิ้นทุกข์แล้ว คิดไว้อย่างนี้ทุกวัน จิตจะชินจะเห็น เหตุผล เมื่อจะตายอารมณ์จะสบายแล้วก็จะเข้านิพพานได้ทัน พอท่านพูดจบฉันก็ตื่นจากหลับ ฉันฝัน อย่างนี้คิดว่าเป็นเรื่องของพระแก่ฝัน จะจริงเท็จอย่างไรจงใคร่ครวญเอาเอง ชอบใจก็เอาไปใช้ ไม่ชอบใจก็วางไว้ อย่าเอาอารมณ์เข้าไปเกาะมันจะเป็นกังวล ต่อไปนี้มาเรื่องเดิมกันต่อไปดีกว่า
. คลิป